ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
Username :  *
Password :  *
เข้าสู่ระบบ  สมัครสมาชิก
  ลืมรหัสผ่าน
รับติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ตามบ้านที่อยู่อาศัย
ให้คำปรึกษาสำหรับ โครงการขนาดใหญ่
พลังงาน
เครื่องทำน้ำร้อนพลังงาน แสงอาทิตย์ ยี่ห้อ Sunsav

ประโยชน์ของเครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ ยี่ห้อ SUNSAV
คุณสมบัติของเครื่องทำน้ำร้อน ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ยี่ห้อ SUNSAV
จุดเด่นของเครื่องทำน้ำร้อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ยี่ห้อ SUNSAV
รับติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ตามบ้านที่อยู่อาศัย
ให้คำปรึกษาสำหรับ โครงการขนาดใหญ่
ข่าวสารและกิจกรรม
บทความเกี่ยวกับพลังงาน

Link ที่น่าสนใจ

ปลูกป่าเขตเหนือทำโลกร้อนขึ้น  

รายงานสิ่งแวดล้อมโลกของสหรัฐระบุว่า การเพิ่มเนื้อที่ของป่าเขตร้อนใต้เส้นศูนย์สูตรจะช่วยบรรเทาปัญหาโลกร้อนได้ ในขณะเดียวกันการขยายป่าดงดิบในเขตตอนเหนือของเส้นศูนย์สูตรจะส่งผลในทางตรงกันข้าม

นักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยมงต์เปลิแยร์ 2 (Montpellier University II) ของฝรั่งเศส, สถาบันคาร์เนกี้ (Carnegie Institution) และห้องวิจัยแห่งสหรัฐฯ ลอเรนซ์ ลิเวอร์มอร์ (Lawrence Livermore National Laboratory) ได้ร่วมมือกันศึกษาผลกระทบของการทำลายป่าต่ออุณหภูมิโลกและคาร์บอนในบรรยากาศ


นายโกวินดาซามี บาลา (Govindasamy Bala) หัวหน้าผู้เขียนรายงานดังกล่าวระบุว่า การศึกษาพบว่าป่าเขตร้อนสำคัญต่ออุณหภูมิของโลก เนื่องจากป่าจะดูดซับคาร์บอนเพิ่มปริมาณเมฆ ซึ่งจะช่วยให้โลกเย็นลง ในขณะที่การปลูกป่าเหนือเส้นศูนย์สูตรกลับทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น

นักสิ่งแวดล้อมรู้กันมานานแล้วป่าสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ หรือก๊าซเรือนกระจก และรวบรวมความชื้นเข้าจนกลายเป็นเมฆที่ป้องกันแสงอาทิตย์อันร้อนแรงได้

นักวิจัยที่เกี่ยวข้องในการศึกษาดังกล่าวชี้ว่ากลุ่มเมฆที่อยู่เหนือป่าทางเหนือของเส้นศูนย์สูตรจะดูดซับความร้อนจากแสงอาทิตย์เอาไว้ และทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น ดังนั้น การปลูกป่าทางเขตที่เลยเส้นกึ่งกลางโลกขึ้นมา จึงไม่ช่วยแก้ไขปัญหาโลกร้อนอย่างที่เข้าใจกันมาแต่เดิม

“การปลูกป่าเหนือเส้นศูนย์สูตรดูเหมือนจะมีผล “เป็นศูนย์” หรือเป็นผลเสียในเรื่องภาวะโลกร้อน แนวโน้มที่ร่มเงาไม้อันหนาทึบจะดูดซับแสงอาทิตย์เอาไว้ แล้วทำให้โลกอุ่นขึ้น ได้ถูกมองข้ามมาโดยตลอด” บาลากล่าว

“การที่ร่มใบของป่าใหม่ในเขตทางเหนือซึ่งอยู่ละติจูดสูงปิดทึบพื้นผิวโลก ทำให้เกิดการดูดซับแสงอาทิตย์ไว้ได้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้พื้นผิวโลกร้อนขึ้น” บาลากล่าว

ผลการศึกษาสรุปว่า ภายในปี 2100 ป่าไม้ในเขตละติจูดกลางและสูงจะทำให้บางพื้นที่อุ่นขึ้นกว่าการไม่มีป่าไม้เหล่านั้นได้ถึง 10 องศาฟาเรนไฮต์

“ผลการศึกษาของเราแสดงให้เห็นว่า การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้นั้นไม่น่าจะมีผลกับสภาพภูมิอากาศในฐานะเป็นตัวช่วยชะลอภาวะโลกร้อน” เคน คัลเดรา (Ken Caldeira) ผู้เขียนวิจัยร่วมจากสถาบันคาร์นิกี กล่าว

“เพื่อเป็นการป้องกันสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง เราจำเป็นต้องเปลี่ยนระบบการใช้พลังงาน มีแต่การเปลี่ยนระบบการใช้พลังงานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอันเป็นถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ เช่น ป่าไม้ เท่านั้น จึงจะทำให้เรารักษาสิ่งแวดล้อมที่ดีไว้ได้ เราต้องให้ความสำคัญกับวิธีที่มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่วิธีที่รู้สึกว่าดี” คัลเดราระบุ

รายงานดังกล่าวเป็นรายงานฉบับแรกที่ประเมินปัญหาที่เกิดจากการตัดไม้ทำลายป่าอย่างรอบด้าน และจะนำเสนอต่อสมาคมภูมิศาสตร์กายภาพแห่งอเมริกา (American Geophysical Society) ในวันที่ 15 ธ.ค.ระหว่างการประชุมประจำปีที่จัดขึ้นในซาน ฟรานซิสโก

                                                                                                                                                      ขอขอบคุณ: ผู้จัดการออนไลน์
ย้อนกลับ  กลับสู่ด้านบน