ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
Username :  *
Password :  *
เข้าสู่ระบบ  สมัครสมาชิก
  ลืมรหัสผ่าน
รับติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ตามบ้านที่อยู่อาศัย
ให้คำปรึกษาสำหรับ โครงการขนาดใหญ่
พลังงาน
เครื่องทำน้ำร้อนพลังงาน แสงอาทิตย์ ยี่ห้อ Sunsav

ประโยชน์ของเครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ ยี่ห้อ SUNSAV
คุณสมบัติของเครื่องทำน้ำร้อน ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ยี่ห้อ SUNSAV
จุดเด่นของเครื่องทำน้ำร้อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ยี่ห้อ SUNSAV
รับติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ตามบ้านที่อยู่อาศัย
ให้คำปรึกษาสำหรับ โครงการขนาดใหญ่
ข่าวสารและกิจกรรม
บทความเกี่ยวกับพลังงาน

Link ที่น่าสนใจ

โลกร้อนต้องช่วยกันแก้ ไม่ใช่มาต่อรอง  

นับเป็นเวลา 33 ปีแล้วที่องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization หรือ WMO) ได้ออกรายงานเตือนว่ามีความเป็นไปได้อย่างสูงที่ภูมิอากาศของโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ซึ่งจะส่งผลให้มีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

    

นับเป็นเวลา 21 ปีหลังจากการก่อตั้งคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change หรือ IPCC) เพื่อประเมินความเสี่ยงจากผลกระทบที่การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศมีต่อโลก

    

เรียกได้ว่าต้องใช้เวลาเป็นทศวรรษกว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประสบความสำเร็จในการผลักดันประเด็นภาวะโลกร้อน เป็นวาระที่ทุกประเทศต้องให้ความสำคัญ

    

ตามกำหนดการที่ตกลงกันไว้เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2550 ทุกประเทศทั่วโลกยังมีเวลาอีก 6 เดือนก่อนจะมีการตกลงกันอย่างเป็นทางการว่า จะจัดการกับการการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกอย่างไร

    

อย่างไรก็ตาม แทนที่รัฐบาลของประเทศต่างๆ จะช่วยกันระดมสมองเพื่อแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนอย่างจริงจัง กลับมีแต่การเจรจาต่อรอง มีแต่ตั้งโจทย์ว่า เราจะทำอย่างไรให้มีภาระน้อยที่สุด และให้ประเทศอื่นรับภาระไปให้มากที่สุดทั้งๆ ที่น่าจะเป็นว่า เราจะร่วมมือกันอย่างไรดีเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ร่วมกันตั้งไว้ โดยให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุดและให้ได้ประโยชน์สูงสุด

    

เจฟฟรี แซคส์ ผู้อำนวยการสถาบันโลกแห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย มีความเห็นว่า

    

การเจรจาต่อรองส่วนใหญ่จะมุ่งไปในประเด็นที่ว่า กลุ่มประเทศใดควรลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และควรกำหนดให้ลดลงในปริมาณเท่าไร ภายในระยะเวลาเท่าไร ต้องทำให้สำเร็จภายในปีใด แต่ละประเทศต่างถูกกดดันให้ลดการปล่อยก๊าซฯ ให้ได้ตามจำนวนเปอร์เซ็นต์ที่กำหนดไว้ก่อน พ.ศ. 2563 แต่กลับไม่มีการอภิปรายอย่างจริงจังว่า การจะลดการปล่อยก๊าซฯ ให้ได้ตามเป้าหมายจะต้องดำเนินการด้วยวิธีการใด

    

ในบทความที่เขียนให้แก่โปรเจค ซินดิเขต ตีพิมพ์ใน นสพ.เดอะเนชั่นเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552 เจฟฟรี แซคส์แสดงความกังวลกับทิศทางที่รัฐบาลของแต่ละประเทศมุ่งแต่ให้ความสำคัญกับการเจรจาต่อรอง ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อบรรลุเป้าหมายในการแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อนแต่อย่างใด

    

การแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อนทำได้โดยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งขึ้นอยู่กับการเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสม รวมถึงการสร้างและพัฒนาเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับแนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าว

    

ถ้าโลกยังต้องพึ่งถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงหลัก ก็ต้องมีการพัฒนาการกักและฟอกก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยวิธี Carbon Capture and Sequestration หรือ CCS อีกทั้งยังต้องสร้างความมั่นใจในการใช้พลังงานปรมาณู ต้องมีการพัฒนาใช้พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานความร้อนจากพื้นผิวโลก หรือถ้าจะใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ก็ต้องหาวิธีการผลิตพืชเชื้อเพลิงโดยไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือกระบวนการผลิตอาหาร

    

ทั้งนี้ ต้องมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยออกแบบ อาคารและสิ่งก่อสร้างสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ ต้องเปลี่ยนการใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงให้เป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าหรือกึ่งไฟฟ้าหรือเซลล์เชื้อเพลิง

    

แซคส์ยกประเทศสหรัฐอเมริกาและจีนขึ้นมาเป็นตัวอย่างว่า หากจะมีการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างจริงจัง อเมริกาต้องหันมาใช้รถพลังงานไฟฟ้า ขยายระบบพลังงานปรมาณู จัดสรรที่ดินเพื่อใช้ในการผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ และต้องมีระบบส่งพลังงานใหม่ เพื่อลำเลียงไฟฟ้าจากแหล่งที่มีคนอาศัยอยู่น้อย อย่างเช่น พลังงานแสงอาทิตย์จากทะเลทรายทางตะวันออกเฉียงใต้หรือพลังงานลมจากที่ราบสูงตอนบนของประเทศ ไปสู่แหล่งชุมชนหนาแน่น ทั้งนี้ต้องอาศัยการวางแผนระดับประเทศ ไม่ใช่แค่เป้าหมายที่เป็นตัวเลขเพียงอย่างเดียว

    

ในกรณีของจีนที่ยังต้องพึ่งพาพลังงานจากถ่านหินเป็นหลัก การปรับปรุงและพิสูจน์การใช้งานของเทคโนโลยี CCS เป็นหนทางสำคัญที่สุดที่จะนำไปสู่การลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างมีประสิทธิภาพ

    

ในมุมมองของแซคส์ การเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีใหม่ไม่ใช่เรื่องของการเจรจาต่อรอง แต่เป็นเรื่องของวิศวกรรม การวางแผน การบริหารทุน และแรงจูงใจ การระดมสมองระดับโลกอย่างแท้จริงต้องพูดถึงเรื่องทางเลือกที่ดีที่สุดในแง่ของเทคโนโลยีและการเงินก่อน รวมถึงวิธีที่จะปรับปรุงทางเลือกดังกล่าวโดยใช้การวิจัย การพัฒนาและแรงจูงใจทางการเงิน แล้วจึงมาเจรจากันว่าแต่ละกลุ่มประเทศเหมาะกับเทคโนโลยีประเภทใด

     โดยในบทความผู้แก้ปัญหาของโลกทั้งหลายไปไหนกันหมด?” แซคส์ได้แสดงความเป็นห่วงว่า ถ้าเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อนมีเพียงแค่ตัวเลข แต่ไม่มีคู่มือยุทธศาสตร์กำกับการดำเนินการ ประเทศต่างๆ อาจไม่ให้ความสำคัญและไม่มีความจริงใจที่จะแก้ปัญหาดังกล่าวแต่อย่างใด

อ้างอิงจากเว็บ www.rsunews.net/Green/GlobalWarming/Gpage.htm

ย้อนกลับ  กลับสู่ด้านบน