ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
Username :  *
Password :  *
เข้าสู่ระบบ  สมัครสมาชิก
  ลืมรหัสผ่าน
รับติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ตามบ้านที่อยู่อาศัย
ให้คำปรึกษาสำหรับ โครงการขนาดใหญ่
พลังงาน
เครื่องทำน้ำร้อนพลังงาน แสงอาทิตย์ ยี่ห้อ Sunsav

ประโยชน์ของเครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ ยี่ห้อ SUNSAV
คุณสมบัติของเครื่องทำน้ำร้อน ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ยี่ห้อ SUNSAV
จุดเด่นของเครื่องทำน้ำร้อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ยี่ห้อ SUNSAV
รับติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ตามบ้านที่อยู่อาศัย
ให้คำปรึกษาสำหรับ โครงการขนาดใหญ่
ข่าวสารและกิจกรรม
บทความเกี่ยวกับพลังงาน

Link ที่น่าสนใจ

ธุรกิจปรับตัวช่วยลดโลกร้อน  

สหภาพยุโรป(EU)เป็นกลุ่มประเทศหลักในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก(อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ United Nations Framework Convention on Climate Change (UNFCCC) กำหนดไว้ 6 ประเภท แต่ที่สำคัญที่สุดเพราะมีสัดส่วนมากที่สุด คือ ก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ หรือ CO2 ดังนั้นจึงวัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นหน่วยของคาร์บอนไดอ๊อกไซด์เทียบเท่า) เพราะเป็นกลุ่มประเทศที่จะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามพันธะของพิธีสารเกียวโต(Kyoto Protocol) จึงได้มีแนวคิดตลอดจนออกมาตราการหลายอย่างเพื่อมุ่งลดการปล่อย CO2 ลง

เช่น การเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศที่ไม่ร่วมลดการปล่อย CO2 (หรือ Carbon Tax) การกำหนดปริมาณ CO2 จากไอเสียของรถยนต์ การกำหนดโควตาการปล่อย CO2 และให้ค้า CO2 ในปริมาณส่วนเกินของสายการบิน และอาจจะทำในทำนองเดียวกันกับสายเดินเรือ หรือการกำหนดสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ (เอทานอล และไบโอดีเซล) ในภาคการขนส่ง ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเก็บและกัก CO2 จากโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ที่ปล่อย CO2 ออกมาจำนวนมาก หรือเทคโนโลยีที่จะผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากสาหร่ายหรือพืชไม่ใช่พืชอาหาร เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งชิงพืชอาหารมาเป็นพืชพลังงาน ซึ่งหลายฝ่ายเห็นว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดวิกฤตอาหารแพง

ภาคเอกชนใน EU เองก็มีมาตรการออกมาเช่นกัน เช่น เมื่อปีที่แล้ว ห้าง Tesco ของอังกฤษได้ออกมาตราการให้ผู้ผลิตสินค้าบางรายการ เช่น ผงซักฟอก น้ำส้ม มะเขือเทศ มันฝรั่ง และหลอดไฟฟ้า ต้องติดป้ายหรือฉลากแสดงร่องรอยการปล่อย CO2 ที่เรียกว่า Carbon Footprint หรือ Carbon Rating หรือ Carbon Label หรือเรียกแบบไทย ๆ ว่าฉลากคาร์บอน

ห้าง Casino ของฝรั่งเศสก็ดำเนินการในลักษณะเดียวกันนี้แล้ว ในส่วนของห้าง Wal-Mart ของสหรัฐอเมริกาแม้จะยังไม่มีมาตราการแบบนี้ แต่ก็เน้นเรื่องบรรจุภัณฑ์ โดยมีมาตรวัดว่าบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนหรือไม่อยู่หลายประการ เช่น การปล่อย CO2 จากการผลิตบรรจุภัณฑ์ ปริมาณการปล่อย CO2 จากการขนส่งบรรจุภัณฑ์ และปริมาณพลังงานทดแทนที่ใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับเป้าหมายของลดการปล่อย CO2

กลุ่มองค์กรภาคเอกชนเองก็มีบทบาทในเรื่องนี้ เช่น กลุ่ม FOE (Friend Of Earth) ได้เสนอให้มีการติดฉลากคาร์บอนกับอาหารทะเล โดยทางกลุ่มได้ศึกษาพบว่าการจับปลาทูน่าจากทะเลปล่อย CO2 ประมาณ 3-10 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับวิธีการจับ)

ดังนั้น การปรับตัวของธุรกิจเพื่อรองรับมาตรการที่ออกมาเพื่อต่อต้านภาวะโลกร้อนจึงเป็นสิ่งจำเป็นและเร่งด่วน เพราะการปรับตัวย่อมใช้ระยะเวลาในการศึกษาและวิจัยพอสมควร โดยเฉพาะหากเป็นการผลิตผลผลิตทางพืชและสัตว์ก็ยิ่งต้องใช้เวลาในการศึกษาวิจัยมากขึ้น เช่น ญี่ปุ่นได้ใช้เวลาในการวิจัยและพัฒนานานกว่าจะได้พันธุ์ข้าวที่เติบโตได้ดีในภาวะที่อุณหภูมิสูง

ปัจจุบันบริษัทหลายแห่งในประเทศไทยกำลังปรับตัวเพื่อรับมือกับกฎระเบียบการค้าเพื่อลดภาวะโลกร้อน ทั้งนี้เพราะการส่งออกสินค้าไปยังสหภาพยุโรปจะมีความเข้มงวดในเรื่องนี้มากขึ้น สำหรับเครือเจริญโภคภัณฑ์(ซี.พี.)นั้นในส่วนของกลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารก็อยู่ระหว่างพัฒนาฉลากสินค้าอาหารเพื่อแสดงปริมาณการปล่อย CO2 หรือฉลากคาร์บอนเช่นกัน

การตื่นตัวของภาคเอกชนไทยในครั้งนี้ เชื่อว่าจะช่วยสร้างกระแสต่อต้านโลกร้อนในกลุ่มผู้บริโภคได้มาก และยังแสดงถึงความห่วงใยและความรับผิดชอบของบริษัทที่มีต่อสภาพแวดล้อมและสังคมโลกได้เป็นอย่างดี 


                                                                                                         อ้างอิงจากเว็บ www.arip.co.th/businessnews.php?id=414829
ย้อนกลับ  กลับสู่ด้านบน